บริษัท ทีเอสเอ็ม ไบโอ เอนเนอร์ยี จำกัด (TSM Bio Energy Co., Ltd.)

 

          ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคตามโครงการโรงไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (VSPP) ตามนโยบายของกระทรวงพลังงาน โดยนำเอากากส่าที่เหลือจากการผลิตเอทานอลไปใช้ประโยชน์เพิ่มมูลค่า  โดยใช้เป็นวัสดุในการผลิตระบบก๊าซชีวภาพเพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้า

          บริษัท ทีเอสเอ็ม ไบโอเอนเนอร์ยี จำกัด ดำเนินการผลิตไฟฟ้าชีวภาพจากน้ำกากส่าที่เกิดจากการผลิตเอทานอล เป็นโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (VSPP) ขนาดกำลังการผลิต 1,200 kw-hr ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านหนองจอก หมู่ที่ 5 ตำบลแก่งเสี้ยน อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี โดยได้รับการสนับสนุนตามโครงการส่งเสริมเทคโนโลยีก๊าซชีวภาพ    ปี 2551 ของ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน และได้รับการสนับสนุนจากโครงการเทคโนโลยีสะอาด (Clean Development Mechanism : CDM) ตามโครงการของธนาคารโลกอีกด้วย           

          การสร้างโรงไฟฟ้าชีวภาพ ของบริษัท ทีเอสเอ็ม ไบโอเอนเนอร์ยี จำกัด ข้างต้น ได้รับความร่วมมือจากสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงาน (สวพ.) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่    ในการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีก๊าซชีวภาพและการออกแบบระบบบำบัดและการใช้ประโยชน์น้ำกากส่าที่ผ่านการผลิตไฟฟ้าแล้ว และยังสามารถนำไปใช้เพื่อการอื่นๆ ได้อีก โดยความร่วมมือกับ สวพ. นี้ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ 27 กุมภาพันธ์ 2551

 

          ในการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพจะต้องใช้ก๊าซที่เกิดขึ้นจากบ่อหมักก๊าซ มาทำการลดก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟล์ และลดความชื้น ก่อนส่งเข้าเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้า น้ำกากส่าที่ใช้ในการหมักปัจจุบันจะทำการขนส่งมาจากบริษัทน้ำตาลไทยเอทานอล (TSE)  และนำมาเก็บไว้ในบ่อเก็บน้ำกากส่าซึ่งมีจำนวน 3 บ่อ ขนาด 1,200 ลูกบาศก์เมตร  11,120 ลูกบาศก์เมตร  และ 8,800 ลูกบาศก์เมตร

          ในการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ จะนำน้ำกากส่า จากบ่อพักมาที่บ่อหมักก๊าซชีวภาพ ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน
2 บ่อ บ่อละ 25,000 ลูกบาศก์เมตร โดยจะทำการผลิตก๊าซด้วยระบบ
Modified Covered Lagoon Digester ซึ่งเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพสูง มีความเหมาะสมสำหรับน้ำเสียที่มีความเข้มสูง สำหรับบ่อหมักก๊าซชีวภาพนี้ เป็นบ่อขุดโดยที่ก้นบ่อจะมีการป้องกันการซึมด้วยการบดอัดดินเหนียวที่มีอัตราการซึมน้ำต่ำกว่า 1x107 ซม./วินาที จากนั้นรองพื้นชั้นที่สองด้วย Geotextile หรือวัสดุที่มีคุณสมบัติเทียบเท่าและปูพื้นชั้นที่สามด้วยแผ่นยาง HDPE หนา 1.5 มิลลิเมตร นอกจากนั้น ยังออกแบบติดตั้งบ่อสูบน้ำรั่วก้นบ่อ เป็นระบบสำรองเพิ่มอีกขั้นตอนหนึ่ง สำหรับก๊าซชีวภาพที่เกิดขึ้นจะถูกเก็บภายใต้แผ่นยาง HPDE ขนาดความหนา 1.5 มิลลิเมตร โดยภายในบ่อจะมีการควบคุมแรงดันของก๊าซอยู่ไม่เกิน 2 ซม. ของน้ำ