Cane & Sugar Movement
อ้อยและน้ำตาล
บทบาทของอ้อยและน้ำตาล ในฐานะที่เป็นสินค้าเกษตรมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศและสามารถกำหนดให้เป็นสินค้ายุทธศาสตร์สำหรับการพัฒนาประเทศในการสร้างงานและเสถียรภาพรายได้ของอาชีพเกษตรกรไทย

รายงานการศึกษาเรื่อง     :  อ้อยและน้ำตาล  

คณะกรรมการการเกษตรและสหกรณ์

การประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒๐ (สมัยสามัญทั่วไป)

สาระสำคัญของรายงาน     :          

     บทบาทของอ้อยและน้ำตาล ในฐานะที่เป็นสินค้าเกษตรมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศและสามารถกำหนดให้เป็นสินค้ายุทธศาสตร์สำหรับการพัฒนาประเทศในการสร้างงานและเสถียรภาพรายได้ของอาชีพเกษตรกรไทย ที่เป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศให้เกิดการกินดีอยู่ดีเพิ่มขึ้น แต่ข้อเท็จจริงกลับปรากฏให้เห็นว่า เกษตรกรไทยที่ถือเป็นกลุ่มประชากรส่วนสำคัญ เป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศและได้รับการกล่าวยกย่องว่าเป็นกระดูกสันหลังของชาติ แต่กลับมีฐานะความเป็นอยู่ทางสังคมได้ลดต่ำลง และยังพบว่ามีความยากจนเพิ่มขึ้นควบคู่ไปกับช่วงระยะเวลาของการพัฒนาประเทศ จึงทำให้เกิดประเด็นปัญหาที่หลายฝ่ายเกิดข้อสงสัยว่า ประเทศไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกสินค้าเกษตรกรรมที่สำคัญของโลกหรือเปรียบเสมือนเป็นครัวของโลก แต่ในฐานะเกษตรกรที่เป็นผู้ผลิตวัตถุดิบในการแปรรูปอาหารเบื้องต้นกลับมีฐานะทางเศรษฐกิจที่ด้อยลงไป เมื่อเปรียบเทียบกับคนในสาขาอาชีพอื่นๆ ทั้งที่โอกาสในการส่งออกน้ำตาลมีความเป็นไปได้ในลู่ทางการตลาด และการส่งออกตามระบบการค้าเสรีของโลก แม้ว่าอ้อยและน้ำตาลจะเป็นสินค้าเกษตรชนิดเดียวที่มีกฎหมายเฉพาะ คือ พระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. ๒๕๒๗ ให้การดูแลและจัดสรรผลประโยชน์ให้กับเกษตรและโรงงานน้ำตาลทรายให้เกิดความเป็นธรรม จึงทำให้เกษตรกรในสาขาอื่นให้ความสนใจที่อยากจะให้มีการดำเนินการจัดการในลักษณะเช่นเดียวกันกับอ้อยและน้ำตาล อย่างไรก็ตาม อ้อยและน้ำตาลทรายก็ยังเกิดประเด็นปัญหาในระบบเศรษฐกิจของการจัดสรรผลประโยชน์ และความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยที่ได้รับราคาจำหน่ายอ้อยไม่คุ้มกับต้นทุนการผลิต รวมทั้งความไม่เป็นธรรม ในการจัดสรรผลประโยชน์ในส่วนแบ่งของการจำหน่ายน้ำตาลทรายยังเกิดขึ้น จนทำให้เกษตรกรมาร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา      สำหรับประเด็นปัญหาของอ้อยและน้ำตาลทรายสามารถสรุปได้ ดังนี้

ด้านการผลิต          

     ๑) ความไม่เป็นธรรมในการแบ่งปันผลประโยชน์ในผลพลอยได้จากอุตสาหกรรมน้ำตาลทรายเป็นประเด็นที่เกษตรกรได้เรียกร้องให้ฝ่ายโรงงานน้ำตาลทรายต้องนำผลพลอยได้ โดยเฉพาะกากน้ำตาลที่เป็นรายได้จากการจำหน่ายมารวมในบัญชีรายได้ของน้ำตาลทราย ถือว่าเป็นการดำเนินงานที่ไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. ๒๕๒๗ มาตรา ๔ และมาตรา ๑๗ (๒๓)          

     ๒) ระบบการจัดสรรผลประโยชน์ในการแบ่งปันรายได้จากการค้าน้ำตาล ในทางปฏิบัติแล้วยังเกิดความไม่เป็นธรรม เพราะพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาล พ.ศ. ๒๕๒๗ มาตรา ๔ และมาตรา ๑๗ (๒๓) ในการแบ่งปันผลพลอยได้ยังไม่มีผลบังคับใช้ในทางปฏิบัติ รวมทั้งมาตรา ๓๕ กำหนดให้ผู้ปลูกอ้อยส่งโรงงานต้องจดทะเบียนเป็นชาวไร่อ้อย แต่ข้อเท็จจริงแล้วยังมีชาวไร่อ้อยอิสระที่ปลูกอ้อยส่งโรงงานเป็นจำนวนมาก มาตรา ๓๖ ชาวไร่อ้อยต้องปฏิบัติตามที่คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายกำหนด แต่องค์ประกอบของคณะกรรมการคณะต่าง ๆ โดยเฉพาะส่วนของผู้แทนชาวไร่อ้อยมิได้เป็นผู้แทนกลุ่มชาวไร่อ้อยที่แท้จริง จึงทำให้ข้อกำหนดของคณะกรรมการทำให้ชาวไร่อ้อยเสียเปรียบ มาตรา ๓๘ กำหนดให้มีการจดทะเบียนหัวหน้ากลุ่มชาวไร่อ้อย และมาตรา ๔๐ หัวหน้ากลุ่มชาวไร่อ้อยต้องส่งอ้อยให้แก่โรงงาน ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้หัวหน้ากลุ่มชาวไร่อ้อยแสวงหาประโยชน์จากชาวไร่อ้อย          

     ๓) อ้อยไฟไหม้เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้โรงงานน้ำตาลทรายตัดราคาอ้อยลดลงตันละ ๒๐ บาท แต่เกษตรกรจะได้รับประโยชน์สุทธิจากการเผาอ้อยก่อนตัด โดยที่การเก็บเกี่ยวอ้อยสดจะมีค่าใช้จ่ายตันละ ๑๒๐ บาท แต่หากเป็นอ้อยไฟไหม้จะมีค่าใช้จ่ายเพียงตันละ ๖๐ บาท และเมื่อคำนวณผลได้ของชาวไร่อ้อยจะพบว่า เกษตรกรชาวไร่อ้อยจะได้รับผลประโยชน์สุทธิเพิ่มขึ้นตันละ ๔๐ บาท แต่เกษตรกรจะมีค่าใช้จ่ายในด้านอื่น ๆ ตามมา และการหีบอ้อยไฟไหม้จะได้น้ำตาลทรายที่มีคุณภาพต่ำ อย่างไรก็ตามการตัดราคาอ้อยไฟไหม้ทำให้โรงงานได้รับประโยชน์มากขึ้น แต่คณะกรรมการบริหาร ได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการชดเชยผลประโยชน์คืนให้ชาวไร่อ้อย จึงควรศึกษาระเบียบหลักเกณฑ์ในทางปฏิบัติที่จะเกิดประโยชน์ต่อชาวไร่อ้อยและให้มีการนำระเบียบหลักเกณฑ์ไปปฏิบัติกับชาวไร่อ้อยในทุกท้องที่ เพื่อความเสมอภาคเป็นธรรม          

     ๔) อ้อยปนเปื้อน ทำให้โรงงานมักจะกดราคา และในที่สุดเกษตรกรจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบและส่งผลกระทบเกษตรกรที่บริสุทธิ์ ทำให้เกิดความยุ่งยากในการที่ต้องถูกตรวจสอบและมีโอกาสถูกกดราคาอ้อยอีกด้วย          

     ๕) การขนส่งอ้อยข้ามเขต มีสาเหตุมาจากการจดทะเบียนชาวไร่อ้อยไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและเกษตรกรมีหนี้สินกับโรงงานน้ำตาลที่อยู่ในเขต และในปีที่เกิดการขาดแคลนอ้อย โรงงานน้ำตาลมักจะแข่งขันในการรับซื้ออ้อยด้วยการเสนอขอซื้ออ้อยในราคาที่สูงขึ้นทำให้เกิดการทุจริตในระบบการแบ่งปันผลประโยชน์     

     ๖) การรอคิวขนอ้อยเข้าหีบโรงงานน้ำตาลที่นาน ทำให้ต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มขึ้น เพราะอ้อยที่ต้องรอคอยเข้าหีบจะอยู่บนรถบรรทุก และเป็นภาระค่าใช้จ่ายของเกษตรกร          

     ๗) มีเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยอิสระจำนวนมาก และเกษตรอิสระกลุ่มดังกล่าวจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์การดูแลในระบบภายใต้พระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. ๒๕๒๗ และมีผลทำให้การบริหารจัดการไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย และเกษตรกรมักจะเสียเปรียบ          

     ๘) การจำกัดน้ำหนักการบรรทุกของรถบรรทุก ทำให้ต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้น ที่เป็นภาระของเกษตรกร               

     ๙) คณะกรรมการควบคุมการผลิตประจำโรงงาน ประกอบด้วย ผู้แทนจากทุกฝ่ายรัฐควรจะมีมาตรการในการควบคุมดูแลให้ขบวนการทำงานมีประสิทธิภาพ และมีมาตรการในการตรวจสอบผู้ปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับระบบอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย

ด้านราคาอ้อยและน้ำตาลทราย          

     ๑๐) ปัญหาการขาดเสถียรภาพของราคาอ้อย ส่งผลทำให้ราคาอ้อยที่เกษตรกรขายได้ลดต่ำลงและจะต่ำกว่าต้นทุนการผลิตอ้อย จึงทำให้เกิดปัญหาภาระหนี้สินให้กับเกษตรกรมากขึ้น          

    ๑๑) การกำหนดราคาอ้อยขั้นต้นยังเป็นปัญหาอุปสรรคต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เนื่องจากราคาอ้อยที่กำหนดตามคุณภาพอ้อย หรือความหวาน CCS ในขณะนี้ยังไม่เกิดแรงจูงใจในการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต จึงควรมีการปรับปรุงระบบการซื้อ-ขายอ้อยตามคุณภาพเต็มรูปแบบรวมทั้งองค์ประกอบในการคำนวณราคาอ้อยควรอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริงที่เป็นไปตามหลักวิชาการและป้องกันการเอารัดเอาเปรียบเกษตรกร          

    ๑๒) การเสนอขอขึ้นราคาจำหน่ายปลีกน้ำตาลทรายเพิ่มขึ้น จะมีผลทำให้กองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายจะมีรายได้เพิ่มสูงขึ้นแต่เป็นปัญหาที่เป็นข้อวิตกกังวลในผลกระทบที่มีต่อผู้บริโภค

ด้านการค้า          

    ๑๓) อ้อยและน้ำตาลเป็นสินค้าเกษตรที่ได้รับการอุดหนุนจากภาครัฐค่อนข้างต่ำ หากจะเปรียบเทียบกับประเทศพัฒนาในหลายประเทศจะมีการอุดหนุนสูง ทำให้การส่งออกน้ำตาลทรายของไทยมีปัญหาและอุปสรรคในการแข่งขัน จึงเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาในการสร้างแรงจูงใจในรายได้ให้กับเกษตรกรชาวไร่อ้อย และโอกาสส่งออกน้ำตาลทรายของไทย          

    ๑๔) ระบบการจัดสรร โควต้าการค้าน้ำตาลยังคงเป็นปัญหา และอุปสรรคต่อการจัดสรรผลประโยชน์ให้กับเกษตรกร มีประเด็นปัญหาในการส่งออกน้ำตาลตามโควต้า ค. ได้เกิดการลักลอบนำกลับเข้ามาจำหน่ายภายในประเทศ

ข้อเสนอแนะ          

     เห็นสมควรเสนอให้รัฐบาล โดยกระทรวงอุตสาหกรรมสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย พิจารณาดำเนินการตามข้อเสนอ ดังนี้

ด้านการผลิต          

     ๑) ให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร พิจารณากำหนดเขตเกษตรเศรษฐกิจสำหรับอ้อยส่งโรงงานให้ชัดเจน เพื่อประกาศให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยได้รับทราบ โดยเฉพาะปริมาณพื้นที่ที่มีความเหมาะสมต่อการปลูกอ้อยและปริมาณความเหมาะในทางเศรษฐกิจ โดยมีรายละเอียดแยกประเภทพื้นที่ชลประทาน หรือพื้นที่เขตน้ำฝน เพื่อสามารถใช้วางแผนในการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตและคิดค้นเทคโนโลยีการผลิต ให้สอดคล้องในการเพิ่มประสิทธิภาพแต่ละพื้นที่ รวมทั้งสามารถตรวจสอบความถูกต้องกับทะเบียนชาวไร่อ้อยตามปริมาณที่เป็นจริงได้ด้วย          

     ๒) ให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรดำเนินการประชาสัมพันธ์ในวิธีการสำรวจและการคิดต้นทุนการผลิตสินค้าเกษตร เพื่อชี้แจงให้สาธารณชนได้รับทราบและเกิดการยอมรับเพื่อยุติข้อถกเถียงในประเด็นดังกล่าว               

     ๓) เสนอให้รัฐบาลเพิ่มงบประมาณในการอุดหนุนการผลิตอ้อยและน้ำตาลทรายโดยเน้นมาตรการให้การอุดหนุนที่ปฏิบัติได้ภายใต้ข้อยกเว้น อาทิ การวิจัยพัฒนาพันธุ์ให้ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น การวิจัยโรคและศัตรูอ้อย การลงทุนในสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะการจัดหาน้ำชลประทานด้วยวิธีการต่าง ๆ การวิจัยเขตกรรมเพื่ออบรมเกษตรกรในการพัฒนาการผลิต รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือในด้านปัจจัยการผลิตให้กับชาวไร่อ้อย                 

    ๔) เสนอให้รัฐบาล พิจารณาดำเนินการเข้าตรวจสอบบัญชีรายรับ-รายจ่ายของโรงงานน้ำตาล เพื่อควรโปร่งใส และความเป็นธรรมระหว่างโรงงานและเกษตรกร เนื่องจากระบบการแบ่งปันผลประโยชน์จะมีลักษณะของการร่วมประกอบกิจการแบบหุ้นส่วนมหาชน          

    ๕) เสนอคณะรัฐมนตรี มีมติขอให้โอนภารกิจในการวิจัยและพัฒนาพันธุ์อ้อยจากสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ให้กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับไปดำเนินการ          

    ๖) เสนอให้สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย พิจารณากำหนดมาตรฐานประสิทธิภาพการหีบอ้อย เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการประเมินผลผลิตน้ำตาลในการคำนวณรายได้ของโรงงาน เพื่อรักษาผลประโยชน์ให้กับชาวไร่อ้อยและป้องกันการเอารัดเอาเปรียบของฝ่ายโรงงาน           

    ๗) ให้สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการสำรวจเกษตรกรที่ปลูกอ้อยตามความเป็นจริง และจดทะเบียนชาวไร่อ้อย ให้มีมาตรการบังคับใช้ สามารถควบคุม และตรวจสอบปริมาณการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดเป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. ๒๕๒๗ โดยขอความร่วมมือจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการประกาศเขตเกษตรเศรษฐกิจและจดทะเบียนผู้ปลูกอ้อย เพื่อที่จะทำให้ชาวไร่อ้อยทั้งหมดให้เข้ามาอยู่ในระบบ รวมทั้งการกำหนดเขตเกษตรเศรษฐกิจ จดทะเบียนชาวไร่อ้อยจะช่วยในการบริหารจัดการการขนอ้อย ข้ามเขตที่ทำให้เกิดความสูญเสียในรายจ่ายของต้นทุนค่าขนส่ง ตลอดจนป้องกันปัญหาการหนีหนี้ของชาวไร่อ้อยที่มีต่อโรงงานได้อีกด้วย          

   ๘) ให้สำนักงานคณะกรรมการอ้

From : Administrator Thaisugarmill | Last Update : 2009 / 05 / 12
 
 
  free source code javascript

W3C XHML 1.0 W3C CSS